หากคุณเป็นคอกีฬาตัวจริง การได้เกาะขอบสนามดูการแข่งขันกีฬาสดๆนั่นคือยอดปรารถนา เพราอรรถรสในการเชียร์ย่อมมีมากกว่าดูถ่ายทอดสดผ่านจอ การเข้าชมกีฬาในปัจจุบันนั้น มักมีการเก็บค่าเข้าชมไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกีฬาอาชีพ หรือ ประเภทสมัครเล่น ค่าเข้าชมที่เก็บไปนั้นเพื่อการสนับสนุนสโมสร และ ใช้เพื่อพัฒนาวงการกีฬา  ซึ่งในกีฬาแต่ละประเภทแระดับของการแข่งขันที่ต่างกันก็มีการเก็บค่าเข้าชมแตกต่างกันออกไป วันนี้เราเอาเรทราคาค่าเข้าชมกีฬาแต่ละประเภท มาฝากกันบอกเลยว่ามีตั้งแต่หลักร้อยจ่ายง่ายๆ ไปถึง ราคาที่คุณต้องร้องว้าว เพราะสูงเกือบหลักแสน

เรทราคาค่าเข้าชมกีฬาแต่ละประเภท

มาเริ่มกันที่อัตราค่าเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หนึ่งในแมตช์การแข่งขันที่หลายคนฝาฝันที่จะได้เข้าไปร่วมในห่วงเวลาแสนพิเศษ โดย 3 สโมสรที่มีค่าเข้าชมสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่ แพงที่สุดคือ อาร์เซนอล ราคาอยู่ที่ £1,035 – £2,039  คิดเป็นเงินไทย 46,000 – 91,000 บาท  รองลงมาคือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ราคา £765 – £1,895  คิดเป็นเงินไทย  34,000 – 85,000 บาท  และ ลิเวอร์พูล ราคา£685 – £869 เป็นเงินไทย : 30,000 – 39,000 บาท

สำหรับราคาบัตรเข้าชมฟุตบอลโลกปี 2018 รอบชิงชนะเลิศที่จะจัดขึ้นในกรุงมอสโกของรัสเซีย มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 1,100 USD ( 39,000 บาท) รองลงมาที่ 710 USD (25,000 บาท) และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 455 USD (8,980 บาท)

หากใครที่อยากไปให้กำลังใจนักหวดชิดขอบเวทีชนิดที่เห็นลูกเทนนิสแหวกอากาศ ในการแข่งขันเทนนิส วิมเบิลดัน ต้องจ่ายค่าตั๋วในราคา สูงสุด 997.70 USD (31,975 บาท) เพื่อให้ได้ที่นั่งโซน 10 แถว A    ส่วนโซนอื่นๆลดหลั่นกันลงมาไม่มากราว 926.44-799.59 USD (29,691-25,625 บาท)

ส่วนค่าเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก มีราคาเฉพาะราว 100- 200 บาท แพงที่สุดคือ   สโมสรชลบุรี เอฟซี (สนามชลบุรี สเตเดียม)   ราคาตั๋วเข้าชม ฝั่งหลังประตู 100 บาท, ฝั่งตรงข้ามประธาน 170 บาท ฝั่งประธาน 200 บาท   สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด (สนามยูไนเต็ด สเตเดียม)  ราคาตั๋วเข้าชม ฝั่งหลังประตู 100 บาท  ฝั่งตรงข้ามประธาน 150 บาท ฝั่งประธาน 200 บาท  ส่วนอัตราค่าเข้าชมที่ถูกที่สุดเป็นของ สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ไอโมบาย สเตเดียม) ราคาตั๋วเข้าชม ฝั่งหลังประตู 20 บาท ราคานี้เฉพาะนักเรียน-นักศึกษา  ส่วนฝั่งตรงข้ามประธาน 120 บาท ฝั่งประธาน 150 บาท

สำหรับแฟนวอลเลย์บอลหากอยากไปให้กำลังใจนักตบที่ขอบสนามมีค่าตั๋วราว 200-500 บาท เช่นการแข่งขันรายการ   “FIVB Volleyball Womens Nations League 2018” ณ สนามอินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก กรุงเทพฯ และ  สนามชาติชายฮอลล์ จังหวัดนครราชสีมา บัตรราคา 200 / 300 / 500 บาท

หากอยากไปดูลีลาศิลปะการต่อสู่ระดับชาติอย่างมวยไทย มีราคาค่าตั๋วหลากหลาย เช่น การแข่งขัน Muaythai Extreme Super Fight จัดขึ้นที่ Lumpimee Boxing Stadium  ราคาบัตร1,600 / 1,500 / 1,000 บาท หากเป็นรายการทั่วไป มี Zone A เวทีราชดำเนิน และ  เวทีลุมพินี 2,000 บาท  Zone B เวทีราชดำเนิน,เวทีลุมพินี  600-1000 บาท  Zone C เวทีราชดำเนิน,เวทีลุมพินี 300-500 บาท

สนามฟุตบอลมาตรฐานของสโมสรฟุตบอลอาชีพนั้นมีความพิเศษ มากกว่าสนามฟุตบอลทั่วไป นอกจากจะใช้หญ้าพันธ์พิเศษ ใช้วัสดุที่ดีแล้ว ยังมีความสวยงามของการออกแบบสนามฟุตบอลให้มีความเฉพาะตัวเรียกได้ว่านอกจากไปชมฟุตบอลแล้วคุณยังจะได้กำไรเป็นการชมสนามแข่งระดับมาตรฐานอีกด้วย

หากครั้งหนึ่งในชีวิตได้พาตัวเองไปชมฟุตบอลแมตช์สำคัญนอกจากการดูเกมการแข่งขันอยากให้คุณไปทัวร์เที่ยวชมสนามแข่งด้วยจะได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก และวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลสนามฟุตบอลสวยๆของแต่ละสโมสรทั้งต่างประเทศและประเทศไทยมาฝากกัน หากอยากไปเห็นด้วยตาสักครั้งก็จัดไปเลย

สนามฟุตบอลสวยๆในแต่ละสโมสร

สนามแรกคือ สนามฟุตบอล Old Trafford, Manchester, England  มีชื่อเรียกกันในหมู่คนรักแมนยูว่า The Theatre of Dreams ของทีมระดับตำนานอย่าง สโมสร Manchester United  สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง  76,000 ที่นั่ง  มนต์ขลังของความเก่าแก่ และ สถาปัตยกรรมอย่างหลังคาโครงเหล็ก ผนังกระจกด้านนอก นาฬิกามิวนิค ที่บอกเวลาค้างที่ บ่ายสามสี่นาที เพื่อรำลึกเหตุการณ์เครื่องบินของนักฟุตบอลทั้งทีมตกในปี 1958

ข้ามมาที่ฝั่งเยอรมัน กับสนาม Allianz Arena, Munich, Germany  ของ สโมสร FC Bayern Munchen  สร้างในปี 2005  รองรับความจุ  75,024 ที่นั่ง  จุดเด่นคือพลาสติก ที่หุ้มรอบตัวและหลังคาสนาม เป็นส่วนผสมพลาสติก-ฟอยล์ชนิดพิเศษที่อัดก๊าซแห้งเรืองแสงได้ไว้ข้างใน ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีได้ 3 สี คือ ขาว-แดง-น้ำเงินในตอนกลางคืน ทำให้มองเหมือนยานบินอวกาศสีขาว เป็นที่มาของชื่อเล่นของสนามแห่งนี้คือ “Schlauchboot” ซึ่งแปลว่า “เรือยางลอยน้ำ”

สนามฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในโลกคือ Pancho Arena, Felcsut, Hungary เป็นสนามเหย้าของสโมสร Puskás Akadémia FC เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 2014 มีความจุเพียง 3,500 คน เต็มเปี่ยมไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ภายในสนามมีทั้งส่วนที่เป็นโบสถ์ พิพิธภัณฑ์ และศูนย์กีฬา

มาดูกันที่สนามฟุตบอลของไทยพรีเมียร์ลีก กันบ้างซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลกเลยเช่นกัน เริ่มที่ สนามที่ใครๆก็กล่าวถึงว่าเป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดของไทยพรีเมียร์ลีก นิว ไอ-โมบาย สเตถือเป็น สนามสเตเดี่ยมมาตราฐานสุดอลังการของทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับเอเชียสามารถจุผู้ชมได้ 32000 ที่นั่ง  ภายในครบครันไปด้วยห้องพักนักกีฬา ห้องแถลงข่าว สถานที่จำหน่ายสินค้าของทีม

ส่วนอีกหนึ่งสนามที่น่าไปชมคือ เอสซีจี สเตเดี้ยม ซึ่งผ่านมาตรฐาน AFC เป็นสนามทีมเหย้าของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สามารถจุผู้ชมได้ 17,500 ที่นั่ง  สนามแห่งนี้ยังเคยใช้จัดการแข่งขันระดับทีมชาติในปี2553 อีกด้วย ภายในได้มาตรฐานและมีความครบครัน และโดดเด่นด้วยที่นั่งสีแดงอันเป็นสีประจำสโมสร

สำหรับผู้ที่กำลังจะเดินทางไปสอบวัดความรู้พื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษหรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นคือการ สอบ ielts สำหรับการสอบใน Part ที่ขึ้นชื่อว่ายากและหินมากที่สุด สำหรับผู้ที่เคยเข้าสอบต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการสอบ Part writing เป็นการทำข้อสอบที่ยากที่สุดเพราะการเขียนภาษาอังกฤษจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ทักษะความรู้พื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษ ด้วยการหมั่นเขียนเป็นประจำเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยแต่ในชีวิตประจำวันนั้นการเขียนภาษาอังกฤษถ้าไม่ได้ทำงานในบริษัทที่ต้องใช้อยู่เป็นประจำย่อมเป็นเรื่องยากสำหรับการทำข้อสอบใน Part นี้ ทางเราขอแนะนำวิธีการเพิ่ม คะแนนสอบ ielts ใน Part writing เพื่อให้มีคะแนนเพิ่มสูงขึ้นได้ด้วยตัวเอง

วิธีสอบ IELTS ให้ได้คะแนนดีใน Part Writing

สำหรับผู้ที่เคยทำการสอบ ielts มาแล้วจะพบว่าคะแนนที่ได้รับน้อยที่สุดจะอยู่ใน Part writing เพราะมีความยาก หากเราไม่มีความคุ้นเคยในการเขียนโดยการสอบของ Part นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

 

ส่วนที่ 1 IELTS writing task 1 จะเป็นข้อสอบที่ตั้งโจทย์ออกมาเพื่อให้เราอธิบายข้อมูลลักษณะภาพ แผนภูมิ ตารางกราฟหรือภาพที่โจทย์ให้มา โดยเราจะมีเวลาทำในส่วนนี้ 20 นาที ต้องเขียนข้อมูลลงไปกระดาษคำตอบอย่างน้อย 150 คำ เราต้องอธิบายภาพที่มองเห็นอย่างละเอียดผู้สอบจึงควรวิเคราะห์และตีโจทย์ให้แตกว่าโจทก์ในส่วนนี้ต้องการสื่ออะไรกับเรา หลังจากนั้นให้เราเขียนออกไปอย่างมีหลักการจินตนาการว่าเมื่อมีผู้อ่านเห็นภาพนี้และอ่านคำอธิบายของเราสามารถเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่ารูปภาพสื่อหมายถึงอะไร โดยเขียนภายใต้หลักไวยากรณ์ที่ถูกต้องแต่เราสามารถเลือกใช้หลักไวยากรณ์ที่ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาที่ยากจนเกินไป

ในส่วนที่ 2 คือ IELTS writing task 2 สำหรับข้อสอบในส่วนนี้จะเน้นให้เราเขียนลักษณะบรรยายแบบเรียงความโดยโจทก์จะกำหนดหัวข้อมาให้ส่วนใหญ่เป็นลักษณะให้พูดถึงการท่องเที่ยว เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ เรื่องเกี่ยวกับสภาพสังคมในยุคปัจจุบัน เรื่องในยุคอดีต เพื่อให้เราสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นตามโจทย์ที่ได้ตั้งไว้ ต้องเขียนข้อมูลลงไปในกระดาษอย่างน้อย 250 คำ หากเราต้องการทำข้อสอบให้ได้คะแนนที่ดีกว่าเดิม ในส่วนนี้จำเป็นต้องแบ่งเนื้อหาเป็น คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป โดยเขียนให้ครอบคลุมในลักษณะการวิเคราะห์สาเหตุข้อดีข้อเสีย อธิบายในด้านดีและด้านลบพร้อมกับสอดแทรกความคิดเห็นของเราว่ามีความคิดเห็นเป็นเช่นไร ไม่ควรเน้นการเขียนอย่างใดอย่างหนึ่งควรจะสรุปให้ครบทุกประเด็นให้เรานึกภาพเมื่อมีคนอ่านข้อมูลของเราเกี่ยวกับโจทก์ติดตั้งไว้ ควรจะสื่อสารออกอย่างไรเพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจได้

หากเราสามารถเขียนตอบโจทย์ได้ตามรายละเอียดที่กล่าวมาในข้างต้นโอกาสที่จะทำคะแนนได้ดีในด้านนี้ก็สามารถทำได้ไม่ยากเพียงแค่เราหมั่นฝึกฝนและหัดเพื่อให้เกิดความชำนาญโอกาสที่จะเป็นพิชิตคะแนนสอบ ielts ก็อยู่แค่เอื้อม